วันจันทร์ที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

10 แหล่งสถานทีท่องเทียวช่วงฤดูฝน

ใครว่า....หน้าฝนต้องนั่งกร่อย ได้แค่มองแต่หน้าต่าง หากแต่ใต้ผืนฟ้าช่วงหน้าฝนมีเรื่องมหัศจรรย์ให้นักท่องเที่ยวได้ค้นหาอีกเยอะ

ใครจะรู้ว่าบ้างว่าหลังจากเม็ดฝนที่โปรยปรายจะเนรมิตเสน่ห์ความสดชื่น ของท้องฟ้า สายน้ำ ผืนป่า และพืชพรรณ ให้สวยงามได้ขนาดนี้ ฟ้าฝนไม่ใช่อุปสรรคสำคัญ สำหรับการก้าวเดินของเหล่าบรรดาผู้ที่หลงรักการท่องเที่ยว เพราะในทุกฤดูฝน ความงามที่แตกต่างของธรรมชาติจะปรากฎให้เห็นในมุมมองใหม่ที่สดชื่นกว่าเดิม สามารถเรียกพลังความสดใสกลับมา

เริ่มจากการเดินทางระยะไกลๆ กันที่ 1 จังหวัดนครศรีธรรมราช มีโปรแกรม "เที่ยวป่าและน้ำตกกรุงชิง" ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของอุทยานแห่งชาติเขาหลวง จ. นครศรีธรรมราช ที่ถือว่ามีความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติสูงมากเป็นป่าดิบชื้นที่แน่นทึบตั้งแต่ราบต่ำถึงเชิงเขา ทำให้ที่นี่นับเป็นแหล่งดูนกที่น่าสนใจที่สุดแห่งหนึ่งของภาคใต้ จนได้รับการขนานนามว่าเป็น "สวรรค์ของนกแดนใต้" ขณะที่น้ำตกกรุงชิงเอง ไม่น้อยหน้า เพราะมีความสูงถึง 7 ชั้น และความงามที่แตกต่างในแต่ละชั้นให้ได้ประหลาดใจ

ขึ้นมาภาคเหนือภูมิใจเสนอ 2 โปรแกรมเที่ยว ป่าเพชรบูรณ์ “อุทยานแห่งชาติน้ำหนาว” ซึ่งความแปลกตาของป่าผืนนี้คือ ป่าสน ที่อายุไม่ต่ำกว่า 100 ปี ทำให้ต้นสนที่นี่สูงลิบตา 30-40 เมตรตระหง่านเรียงรายตัดกับพื้นหญ้าเขียวขจีบนภูเขาเพชรบูรณ์ที่สลับซับซ้อน ผสมกับอากาศหนาวเย็นปกคลุมตลอดปี เย้ายวนให้นักท่องเที่ยวเร่งฝีเท้าเข้ารับความสดชื่นในป่าผืนนี้ซ้ำแล้วซ้ำอีก

ก่อนเดินทางไปที่ จุดหมายที่ 3 อำเภอเชียงดาวจังหวัดเชียงใหม่ มีอะไรมากกว่าที่คิด เพราะที่นี่ “อุทยานแห่งชาติเชียงดาวและดอยผาแดง” ซึ่งเป็นต้นน้ำของแม่น้ำปิงและแม่แตง มีความอุดมสมบูรณ์ของป่ามากแห่งหนึ่งของภาคเหนือ โดยมีทิวทัศน์ที่สวยงามบนยอดดอยเป็นเป้าหมายที่ท้าทายสำหรับภาระกิจการเดินทางเที่ยวป่าครั้งนี้

หากต้องการสถานที่สำหรับครอบครัว 4 “อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่” ที่ครอบคลุม 4 จังหวัด คือ จังหวัดสระบุรี จังหวัดนครราชสีมา จังหวัดปราจีนบุรี และจังหวัดนครนายก ยังเป็นคำตอบที่ดีด้วย สมญานามแห่งการเป็นอุทยานมรดกของกลุ่มประเทศอาเซียน ทำให้ที่นี่แม้เป็นฤดูฝน แต่สภาพบนเขาใหญ่ก็ชุ่มฉ่ำ ป่าไม้ทุ่งหญ้าเขียวขจีสดสวย น้ำตกทุกแห่งไหลแรงส่งเสียงดังก้องป่า ให้ชีวิตชีวาแก่ผู้ไปเยือน

สถานที่แห่งที่ 5 ขอแนะนำ “อุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า” ตั้งครอบคลุมพื้นที่รอยต่อของสองจังหวัด คือ อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย และอำเภอนครไทย จังหวัดพิษณุโลก ซึ่งในหน้าฝนนั้นเส้นทางที่เดินไปยังจุดท่องเที่ยวต่างๆทั้งลานหินปุ่ม ผาชูธง หรือลานหินแตก ปรากฎความเขียวชะอุ่มของมอสสีเขียวสดตัดกับแนวพื้นหิน และทิวป่า 3 ประเภททั้ง ป่าเต็งรัง ป่าดิบเขา และป่าสนเขาที่ถ่ายทอดความสุนทรีย์ของวอลล์เปเปอร์ธรรมชาติได้ต่างกัน

ใครอยากได้ความเร้าใจกับกิจกรรมการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ จุดหมายที่ 6 โปรแกรม “ล่องแก่งลำน้ำเข็ก” ที่จังหวัดพิษณุโลก การันตีได้ถึงความมันส์ เพราะความท้าทายในการล่องแก่งช่วงกลางของลำน้ำแห่งนี้ ถือว่ามีระดับความยากสูง ระดับ 5 ของการล่องแก่งอันดับต้น ๆ ของสายน้ำในประเทศไทย

หากยังต้องการเพิ่มดีกรีความตื่นเต้นจากกิจกรรมท่องเที่ยวเชิงผจญภัย แหล่งที่ 7 ขอแนะนำลำน้ำที่เชี่ยวกรากอีกที่อย่าง "แก่งหินเพิง" จังหวัดปราจีนบุรี ซึ่งกิจกรรมล่องแก่งจะเริ่มต้นขึ้นในทุกช่วงเดือนกรกฎาคมของทุกปี หรือช่วงหน้าน้ำที่จะช่วยเติมเต็มความสนุกสนามจากการล่องแก่งได้มากที่สุด ระยะทางการล่องแก่งที่นี่ยาว 2.5 กิโลเมตรและมีระดับความยากถึงระดับ 5 เช่นกัน

สถานที่แห่งที่ 8 เป็นการผสมผสานระหว่างความท้าทายเหนือสายน้ำ และทิวทัศน์บรรยากาศธรรมชาติที่ถูกสร้างสรรค์อย่างสวยงาม นั่นคือ “วังตะไคร้” จังหวัดนครนายก ที่นี่นอกจาก น้ำตกจำลอง สวนไม้ดอกคุณท่าน และสระปทุมแล้ว ในฤดูฝนหลากการล่องแก่งห่วงยาง หรือแก่งแพยาง หรือจะเป็นกิจกรรมที่รอให้หลายๆคนฝ่าฝนออกมาค้นหา

2 สถานที่สุดท้ายในผืนแผ่นดินใกล้ๆกัน ที่จังหวัดตาก นักท่องเที่ยวสามารถ เริ่มต้นท่องเที่ยวจากแห่งที่ 9 เมืองอุ้มผาง ที่มีผืนป่าบริสุทธิ์ ไว้ให้ทอดน่องยลทัศนียภาพและอากาศบริสุทธิ์ของป่า หรือจะเลือกการนั่งช้างมองมุมสูง แวะสัมผัสกระแสน้ำตกสายที่กระเซ็นสดชื่น

หลังจากนั้นยังสามารถออกเดินทางออกจากอุ้มผางสู่จุดหมายสุดท้ายที่ 10 “ทีลอซู” ด้วยการล่องแพ เมื่อใช้แพยางหรือไม้ไผ่ลัดเลาะสารพันแก่งสู้สายน้ำ ไปถึงน้ำตกทีลอซู ก็สุดจะคุ้มค่าแล้ว กับความงามของหนึ่งในน้ำตกที่ยิ่งใหญ่ด้วยความสูง 300 เมตร

สำหรับคนที่ตกลงปลงใจเก็บกระเป๋าย่ำเท้าเที่ยวหน้าในฝนนี้ คงต้องมองหาความปลอดภัยโดยการศึกษาข้อมูลสภาพฟ้าฝนและการเดินทางก่อนนะคะ เพราะบ่อยครั้งน้ำมากเกินไป หรือฝนตกหนักจนดินถล่มก็อาจเป็นอุปสรรคและอันตรายต่อการเดินทางได้

ที่มา:http://www.tlcthai.com/webboard/view_topic.php?table_id=1&cate_id=66&post_id=66388

วันพฤหัสบดีที่ 15 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

คิดวัคซีนแก้โรคมะเร็งปราบเนื้อร้าย

นักวิทยาศาสตร์มหาวิทยาลัยมิดเดิลเซกซ์ของอังกฤษ ได้คิดค้นวัคซีนชนิดฉีด ซึ่งสามารถจะฆ่ามะเร็งชนิดที่เป็นอันตรายถึงแก่ชีวิต ตั้งแต่มะเร็งเต้านม ลำไส้ และคอมดลูกได้ ทดลองกับคนไข้ได้ผลทำให้มะเร็งหดเล็กลง และไม่แพร่ขยายออกไปศาสตราจารย์เรย์ ไอเลส ผู้คิดค้น กล่าวว่า วัคซีนจะสามารถช่วยชีวิตคนไข้โรคมะเร็งเฉพาะในอังกฤษแห่งเดียว ปีหนึ่งๆหลายพันคน มันยัง ปราบมะเร็งตับอ่อนและรังไข่ได้ด้วย และเขาเชื่อว่าอาจจะมีออกสู่ตลาดได้อย่างเร็วภายใน 5 ปีนี้ทีมนักวิทยาศาสตร์คิดค้นวัคซีนขึ้นได้ จากความรู้ที่ว่ามะเร็งชนิดร้ายที่สุดบางชนิด ก็ได้ สร้างฮอร์โมนอย่างหนึ่ง ซึ่งปกติพบแต่เมื่อมีการตั้งครรภ์ขึ้นเท่านั้น วัคซีนจะออกฤทธิ์โดยการไปเร่งเครื่องของระบบภูมิคุ้มโรคให้มุ่งตรงทำลายฮอร์โมนนั้นในการทดลองกับสัตว์ในตอนแรก มันแสดงผลออกมาอย่างดีเลิศ และในการทดลองขั้นต้นกับคนไข้ โดยฉีดให้กับคนไข้ชายหญิงที่ถูกวินิจฉัยโรคว่า เป็นมะเร็งกระเพาะปัสสาวะ 60 ราย ก็แสดงให้เห็นว่ามีความปลอดภัย.

ที่มา: http://www.thairath.co.th/content/life/96196

รถยนต์บินได้

ผู้เชี่ยวชาญแจง รถยนต์เหาะ "เทอราฟูเกีย ทรานวิชั่น" ที่รับรองโดยองค์การการบินพลเรือนของสหรัฐฯ ยังมีข้อบกพร่องหลายส่วนต้องแก้ไขก่อนวางขายปีหน้า สำหรับราคาสนนราว 6.5 ล้านบาท...

สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานเมื่อวันที่ 15 ก.ค. ว่า หลังองค์การการบินพลเรือนของสหรัฐฯ (เอฟเอเอ) อนุมัติให้บริษัทแห่งหนึ่งสร้างรถยนต์เหาะ "เทอราฟูเกีย ทรานวิชั่น" ซึ่งสามารถวิ่งบนถนนและบินขึ้นสู่น่านฟ้าได้ ล่าสุดมีผู้เชี่ยวชาญออกมาชี้แจงว่า รถเหาะรุ่นดังกล่าวยังมีปัญหาหลายอย่างที่ต้องปรับปรุงแก้ไข

รถยนต์เหาะ "เทอราฟูเกีย ทรานวิชั่น" ถูกตั้งราคาไว้ที่ 132,000 ปอนด์ ( ราว 6,511,497 บาท ) โดยสารได้ 2 ที่นั่ง ตัวรถยาว 19 ฟุต สามารถแปลงจากรถยนต์ ให้เป็นกลายเป็นเครื่องบินภายในเวลาเพียงครึ่งนาที ได้รับการออกแบบและสร้างโดยบริษัทของอดีตวิศวกรองค์การอวกาศสหรัฐฯ

ซึ่งหากเป็นรถ จะวิ่งได้เร็ว 65 ไมล์/ชั่วโมง (104 กิโลเมตร/ชั่วโมง) และเมื่อเปลี่ยนเป็นเครื่องบิน จะเพิ่มความเร็วเป็น 115 ไมล์/ชั่วโมง (185 กิโลเมตร/ชั่วโมง) และสูงสุด 500 ไมล์ หรือ 804 กิโลเมตรบนน่านฟ้า

เว็บไซต์ซินหัวของจีน ระบุว่า รถยนต์เหาะสามารถขับได้ทั้งบนท้องถนนทั่วไป และจอดในลานจอดรถตามปกติ ขนาดของปีกไม่ก่อให้เกิดปัญหา รวมถึงสามารถเติมพลังงานเชื้อเพลิงหรือน้ำมันได้ ตามปั๊มเช่นเดียวกับรถยนต์ทั่วไป และหากต้องการนำรถบินทะยานขึ้นน่านฟ้า เพียงแค่หาลานบินเล็กๆ ก็เพียงพอแล้ว

โคโลเนล ฟิล มีเตอร์ ผู้ทดลองขับรถเหาะเป็นคนแรกเมื่อปีที่แล้ว เผยว่า "เทอราฟูเกีย ทรานวิชั่น" ค่อนข้างเสถียร ทรงตัวได้ดีบนท้องถนน และคล่องตัวบนท้องฟ้า อย่างไรก็ตามบริษัทผู้ผลิต ประกาศว่า รถเหาะนี้จะส่งมอบให้กับลูกค้าได้ราวฤดูใบไม้ร่วงปีหน้า

ที่มา: http://www.thairath.co.th/content/oversea/96483

วันจันทร์ที่ 12 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

ความรู้การใช้ยารักษาโรค

ยาเป็นหนึ่งในปัจจัยสี่ที่สำคัญต่อการดำรงชีวิตของมนุษย์ แม้ว่าในปัจจุบันวิทยาการจะเจริญก้าวหน้าไปมาก และมีจำนวนแพทย์เพิ่มมากขึ้นก็ตาม เมื่อถึงยามเจ็บไข้ได้ป่วย ประชาชนส่วนใหญ่ก็ยังคงช่วยเหลือตนเอง โดยการซื้อยาจากร้านขายยามารับประทาน อย่างไรก็ตามในการใช้ยาทุกครั้งสิ่งที่สำคัญคือต้องใช้ให้ถูกต้อง และสิ่งที่จะทำให้เราใช้ยาได้อย่างถูกต้อง ก็คือฉลากยาและเอกสารกำกับยา เพราะจะทำให้รู้ว่า เป็นยาอะไรใช้อย่างไร มีสรรพคุณรักษาอะไรและมี คำเตือน อย่างไรบ้าง รวมถึงข้อมูลอื่นที่อยู่บนฉลากและเอกสารกำกับยา เพื่อความปลอดภัยในการใช้ยา ดังจะกล่าวต่อไปนี้

การแสดงฉลากยาและเอกสารกำกับยา ตามความในมาตรา 25 แห่งพระราชบัญญัติ พ.. 2510 กำหนดให้ผู้ได้รับอนุญาตผลิตยาแผนปัจจุบัน ต้องจัดให้มีฉลากตามที่ขึ้นทะเบียนตำรับยาไว้ ปิดไว้ที่ภาชนะและหีบห่อ บรรจุยาหรือฉลากเอกสารกำกับยา โดยแสดงรายละเอียดดังนี้

1. ชื่อยา เช่น นูตา ดาก้า ปวดหาย เป็นต้น

2. เลขทะเบียนตำรับยา มักจะมีคำว่า Reg.No หรือเลขทะเบียนที่ หรือทะเบียนยา แล้วตามด้วยเลขทะเบียน เช่น 1A 12/35 ซึ่งมีความหมายดังนี้

ตัวเลขหน้าตัวอักษร แสดงถึงจำนวนตัวยาสำคัญในตำรับยานั้น ถ้า

เลข 1 จะมีตัวยาออกฤทธิ์เพียงตัวเดียว

เลข 2 จะมีตัวยาออกฤทธิ์ตั้งแต่ 2 ตัวข้นไป

ตัวอักษรภาษาอังกฤษแสดงถึงประเภทของยาดังตาราง

ยาแผนปัจจุบัน

ยาสำหรับสัตว์

ยาแผนโบราณ

แบ่งตามสถานที่ผลิต

A

D

G

ยาผลิตในประเทศ

B

E

H

ยานำหรือสั่งเข้าจากต่างประเทศแล้วนำมาทำการแบ่งบรรจุในประเทศ

C

F

K

ยานำหรือสั่งเข้าจากต่างประเทศ

ส่วนตัวเลขต่อจากภาษาอังกฤษแสดงถึงเลขลำดับที่ที่ได้รับอนุญาติให้ขึ้นทะเบียนตำรับยา และทับเขท้ายของ ปี พ.ศ.

3. ปริมาณหรือขนาดบรรจุของยา เช่น ยาเม็ด จะต้องแจ้งบรรจุไว้ในฉลากด้วยว่ายานั้นบรรจุกี่เม็ด

4. เลขที่ หรืออักษรแสดงครั้งที่ผลิตหรือวิเคราะห์ ซึ่งมักใช้คำย่อเป็นภาษาอังกฤษ เช่น

Lot No., Cont.No., Batch No. หรือ L,C,L/C,B/C แล้วตามด้วยเลขแสดงครั้งที่ผลิต

5. ชื่อและที่ตั้งของผู้ผลิต ยาที่ผลิตในประเทศต้องมีชื่อผู้ผลิตจังหวัดที่ตั้งสถานที่ผลิตยาด้วย ในกรณที่เป็นยาผลิตในประเทศนำหรือสั่งเข้ามาต้องมีชื่อเมืองและประเทศที่ตั้งสถานที่ผลิตยา พร้อมทั้งชื่อของผู้นำหรือสั่งเข้ามาและจังหวัดที่ตั้งสถานที่นำ/สั่งยานั้น ๆ

6. วันเดือนปีที่ผลิตยา มักมีคำย่อภาษาอังกฤษ Mfd. หรือ Mfg date. แล้วตามด้วยวันเกือบปีที่ผลิต หากยานั้นผลิตมานานเกิน 5 ปี ก็ไม่ควรนำมารับประทาน ส่วนยาบางชนิด เช่นยาปฏิชีวนะจะมีการระบุวันที่หมดอายุ โดยมีคำย่อว่า Exp.Date ซึ่งย่อมากจาก Expiration Data แล้วตามด้วยวันเดือนปีที่ยานั้นหมดอายุ

7. คำว่า ยาอันตราย ยาควบคุมพิเศษ” “ยาใช้เฉพาะที่หรือ ยาใช้ทาภายนอก แล้วแต่กรณีว่ายานั้นเป็นยาประเภทใด กรณียาควบคุมพิเศษ จะจ่ายตามใบสั่งแพทย์เท่านั้น กรณียาอันตราย หากใช้ไม่ถูกต้องทั้งปริมาณและระยะเวลา อาจทำให้เกิดอันตรายขึ้นได้ เพราะฉะนั้นควรใช่ภายใต้คำแนะนำของแพทย์หรือเภสัชกร ซึ่งประเภทของยานี้จะเขียนด้วยตัวอักษรสีแดงอ่านได้ชัดเจน

8. วิธีใช้และคำเตือน การจัดให้มีคำเตือนไว้บนฉลากและเอกสารกำกับยานั้น ใช้สำหรับยาที่รัฐมนตรีประกาศ หรือกรณีที่กฎหมายบังคับ

สำหรับสหัสวรรษใหม่ที่กำลังจะมาถึง จะเป็นยุคของผู้บริโภคที่จะมีอิสระมากขึ้น ในการเลือกบริโภค ซึ่งรวมถึง การบริโภคยาด้วย นั่นคือ ยาบางตัวอาจจะมีวางขายตามร้านค้าทั่ว ๆ ไป หาซื้อได้ง่าย แต่….เพื่อประโยชน์สูงสุด ปลอดภัยมากที่สุดต่อตัวท่านเอง และคนรบข้างท่านควรจะมีความรู้เรื่องฉลากยา และเอกสารกำกับยาให้มากที่สุด เพื่อประโยชน์ของตัวท่านเอง

กฎหมายที่ใช้ในชีวิตประจำวันที่ควรรู้จัก

1. การทะเบียนราษฎร์
บุตรเกิด ถ้าเกิดในบ้าน ให้เจ้าบ้านแจ้ง ถ้าเกิดนอกบ้าน ให้มารดาแจ้งภายใน 15 วัน นับแต่วันเกิด ชื่อบุตร ให้เจ้าบ้าน บิดา หรือมารดาแล้วแต่กรณี แจ้งชื่อบุตรพร้อมกับการแจ้งเกิด ถ้าจะเปลี่ยนชื่อให้แจ้งภายใน 6 เดือนนับแต่วันแจ้งชื่อครั้งแรก ย้ายบ้าน ให้ผู้ย้ายหรือผู้ที่เจ้าบ้านมอบอำนาจแจ้งออกจากบ้านเดิมภายใน 15 วัน และเมื่อไปอยู่บ้านใหม่ให้แจ้งภายใน 15 วันเช่นกัน
คนตาย ถ้าในบ้านให้เจ้าบ้านแจ้ง ถ้าตายนอกบ้านให้ผู้ที่ไปกับผู้ตาย หรือผู้ที่พบศพเป็นผู้แจ้ง ภายใน 24 ช.ม. นับแต่เวลาตายหรือเวลาพบศพ แจ้งที่ไหน กรณีบุตรเกิด ตั้งชื่อบุตร ย้ายบ้านหรือคนตาย ให้แจ้งดังนี้ ในเขตเทศบาล : ให้แจ้งที่สำนักงานท้องถิ่นซึ่งตั้งอยู่ที่สำนักงานเทศบาล นอกเขตเทศบาล : ให้แจ้งที่สำนักทะเบียนตำบล (บ้านกำนัน) หรือสำนักทะเบียนที่ผู้ว่าราชการจังหวัดแต่งตั้ง (เช่น เขตกรมทหาร)

ความผิด

ถ้าไม่แจ้งเกิดภายในกำหนดเวลา มีความผิดตามกฎหมาย มีโทษปรับไม่เกิน 200 บาท

ถ้าไม่แจ้งการตายภายในเวลามีความผิดตามกฎหมาย มีโทษปรับไม่เกิน 200 บาท
2. บัตรประจำตัวประชาชน
คนไทยซึ่งมีอายุตั้งแต่ 15 ปีบริบูรณ์ขึ้นไปจนถึง 70 ปี บริบูรณ์
ต้องไปขอทำบัตรที่อำเภอหรือที่ว่าการเขตภายใน 60 วัน นับตั้งแต่วันที่อายูครบ 15 ปีบริบูรณ์ บัตรประจำตัวประชาชนชำรุดหรือสูญหาย ต้องยื่นคำร้องขอมีบัตรใหม่ภายใน 30 วัน นับตั้งแต่บัตรเดิมชำรุดหรือสูญหาย (ต้องไปแจ้งบัตรหายที่สถานีตำรวจ) อายุของบัตร กำหนดใช้ได้ 6 ปี เมื่อถึงกำหนดสิ้นอายุบัตรต้องไปติดต่อขอทำบัตรใหม่ภายใน 60 วันนับตั้งแต่วันสิ้นอายุ ณ อำเภอท้องที่ที่มีชื่อในทะเบียนบ้าน

ความผิด
ผู้ถือบัตรผู้ใดไม่อาจแสดงบัตรได้ในเมื่อเจ้าพนักงานขอตรวจ มีโทษปรับไม่เกิน 100 บาท

ผู้ไม่มีสัญชาติไทยยื่นคำร้องขอมีบัตร
โดยแจ้งข้อความเท็จต่อเจ้าพนักงานว่าตนมีสัญชาติไทย มีโทษปรับไม่เกิน 2.000 บาทหรือจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือทั้งจำทั้งปรับ

ไม่ยื่นคำร้องขอมีบัตรภายในกำหนดเวลา
มีโทษปรับไม่เกิน 500 บาท

บัตรหมดอายุไม่ต่อบัตรภายในกำหนด
มีโทษปรับไม่เกิน 200 บาท
3. การรับราชการทหาร
กำหนดเวลาแสดงตนลงบัญชีทหารกองเกิน ชายไทยอายุย่างเข้า 18ปี ต้องไปแสดงตนเพื่อลงบัญชีทหารกองเกินในเดือนพฤศจิกายนของปีที่อายุย่างเข้า 18 ปี สถานที่แสดงตนเพื่อลงบัญชีทหารกองเกิน คือที่ว่าการอำเภอหรือกิ่งอำเภอที่เป็นภูมิลำเนาทหาร

4. การรักษาความสะอาด
ห้ามขีดเขียน วาดรูปวาดภาพบนรั้วผนังอาคาร ต้นไม้ หรือสิ่งใดใสที่สาธารณะ หรือเห็นได้จากที่สาธารณะนั้น ถ้าฝ่าฝืนมีโทษปรับไม่เกิน 200 บาท ห้ามติดตั้ง ตาก วางหรือแขวนสิ่งใดๆ ในที่สาธารณะหรือมองเห็นได้จากที่สาธารณะโดยไม่บังควรหรือทำให้มองดูแล้วไม่เป็นระเบียบเรัยบร้อย ถ้าฝ่าฝืนมีโทษปรับ 200 บาท ห้ามบ้วน สั่งหรือถ่มน้ำลาย น้ำมูก น้ำหมาก เสมหะหรือทิ้งสิ่งใดๆ ลงบนท้องถนน พื้นรถ หรือเรือสาธารณะ โรงมหรสพ ร้านค้า หรือที่สาธารณะ ถ้าฝ่าฝืนมีโทษปรับไม่เกิน 100 บาท

5. การเรี่ยไร
ผู้ทำการเรี่ยไร
ต้องมีใบอนุญาตให้ทำการเรี่ยไรติดตัวและต้องออกใบรับให้ผู้บริจาค

6.หนังสือมอบอำนาจ
การมอบอำนาจ เป็นการตั้งตัวแทนเพื่อทำการสำหรับการมอบอำนาจให้กระทำการเกี่ยวกับที่ดินเป็นเรื่องสำคัญ ควรใช้หนังสือมอบอำนาจของกรมที่ดิน

7. เอกเทศสัญญา
กู้ยืม
การกู้ยืมเงินกันเกินกว่าห้าสิบบาท จะต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือแสดงว่ามีการกู้ยืมเงินกันจริงและต้องลงลายมือชื่อผู้กู้ด้วย กฎหมายให้คิดอัตราดอกเบี้ยไม่เกินร้อยละ 15 บาทต่อปี
การจำนอง คือการกู้ยืมโดยมีทรัพย์สิน เป็นประกัน โดยทั่วไปได้แก่ ที่ดิน บ้านพร้อมที่ดิน เรือยนต์ (5 ตันขึ้นไป) สัตว์พาหนะ ได้แก่ ช้าง ม้า วัว ความ หรืออสังหาริมทรัพย์อื่น ซึ่งกฎหมายหากบัญญัติไว้ให้จดทะเบียนเฉพาะกาล โดยทรัพย์ยังอยู่ที่ผู้จำนอง การจำนองต้องทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ เช่าซื้อ ต้องทำเป็นหนังสือและปิดอากรแสตมป์ เว้นแต่เช่าซื้อเครื่องมือการเกษตรไม่ต้องปิดอากรแสตมป์ เช่าทรัพย์ เช่าบ้านหรือที่ดินไม่เกิน 3 ปี ต้องทำเป็นหลักฐานเป็นหนังสือลงลายมือชื่อผู้เช่าและผู้ให้เช่า หากเกิน 3 ปี ต้องทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่

8. กฎหมายที่ดิน
เมื่อโฉนดใบจองหรือ นส.3 ชำรุด สูญหายหรือเป็นอันตราย ต้องติดต่ออำเภอหรือสำนักงานทะเบียนที่ดิน เพื่อขอออกใบใหม่หรือใบแทน มิฉะนั้นผู้อื่นที่ได้หนังสือสำคัญไปอาจนำไปอ้างสิทธิ ทำให้เจ้าของเดิมเสียประโยชน์ได้ ที่ดินมือเปล่า เจ้าของควรดูแลรักษาให้ดี อย่าทอดทิ้งหรือปล่อยให้รกร้างว่างเปล่า หากมีผู้ครอบครองก็หาทางไล่ออกไปเสีย มิฉะนั้นเจ้าของจะเสียสิทธิไป นอกจากนี้ หากไม่มี ส.ค.1 ก็ควรหาทางขอ น.ส.3 แล้วต่อไปก็ขอให้มีโฉนดเสียให้เรียบร้อย เพราะทำให้ได้ประโยชน์มากขึ้นและปลอดภัยจากการเสียสิทธิมากขึ้น ที่ดินมีโฉนด อย่าทอดทิ้งหรือปล่อยให้รกร้างหรือให้คนอื่นครอบครองไว้นานๆ อาจเสียสิทธิได้เช่นกันการทำนิติกรรม ต้องทำให้สมบูรณ์ตามกฎหมายโดยทำที่อำเภอหรือสำนักงานทะเบียนที่ดิน

9. อาวุธปืน
ผู้ที่ประสงค์จะขอมีอาวุธปืน เพื่อใช้หรือเก็บไว้ป้องกันตัวหรือทรัพย์สิน ให้ยื่นคำร้องขอตามแบบ ป.1 ต่อนายทะเบียนท้องที่
กรุงเทพมหานคร
ได้แก่ ผู้บังคับการกองทะเบียนกรมตำรวจ
จังหวัดอื่นๆ ผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นนายทะเบียนท้องที่จังหวัด การแจ้งย้ายอาวุธปืน เมื่อผู้ได้รับอนุญาตให้มีและใช้อาวุธปืนย้ายภูมิลำเนา ต้องแจ้งย้ายอาวุธปืนต่อนายทะเบียนภายใน 15 วัน นับแต่วันย้าย และถ้าย้ายไปต่างท้องที่ให้แจ้งการย้ายต่อนายทะเบียนท้องที่ใหม่ภายใน 15 วัน นับแต่วันที่ย้ายไปถึงอีกด้วย การรับมรดกปืน เป็นหน้าที่ของทายาทหรือผู้ครอบครอง ต้องไปแจ้งการตายต่อนายทะเบียนท้องที่ ภายใน 30 วัน นับตั้งแต่วันทราบการตายและยื่นคำร้องขอรับมรดกอาวุธปืนนั้นต่อไป ใบอนุญาตสูญหายหรือชำรุดอ่านไม่ออก ให้ยื่นคำร้องขอรับใบอนุญาตต่อนายทะเบียนท้องที่ภายใน 30 วัน นับแต่วันทราบเหตุ อาวุธปืนหายหรือถูกทำลาย ให้เจ้าของแจ้งเหตุพร้อมด้วยหลักฐานและส่งมอบใบอนุญาตต่อนายทะเบียนท้องที่ที่ตนอยู่ หรือนายทะเบียนท้องที่ที่เกิดเหตุภายใน 15 วัน นับแต่วันทราบเหตุ

*ความผิดและโทษของอาวุธปืน

มีและพกอาวุธปืนโดยไม่ได้รับอนุญาต ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 1 ปีถึง 10 ปี และปรับตั้งแต่ 2,000 บาทถึง 20,000 บาท พกพาอาวุธปืน ติดตัวไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาตให้พก เว้นแต่กรณีมีเหตุจำเป็นเร่งด่วน ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ผู้ใดพกพาอาวุธปืนไปโดยเปิดเผย หรือพาไปที่ชุมชนที่ได้จัดให้มีขึ้นเพื่อนมัสการ การรื่นเริง การมหรสพ หรือการอื่นใด ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 6 เดือน ถึง 5 ปี และปรับตั้งแต่ 1,000 บาท ถึง 10,000 บาทแม้ว่าผู้นั้นจะได้รับอนุญาตพกพาอาวุธปืนหรือกรณีเร่งด่วนก็ตาม

วันศุกร์ที่ 9 กรกฎาคม พ.ศ. 2553


ช่วงฤดูร้อนที่มีอากาศร้อนจัดอย่างประเทศไทย ร่างกายของคนเราต้องสูญเสียน้ำมากกว่าปกติ นอกจากการดื่มน้ำเพื่อทำให้ร่างกายสดชื่นขึ้นแล้ว การเลือกรับประทานผักผลไม้ที่มีคุณสมบัติในการลดอุณหภูมิความร้อนของร่างกายก็เป็นอีกวิธีหนึ่ง ที่จะช่วยให้ร่างกายและจิตใจสดชื่นและยังให้คุณค่าทางโภชนาการแก่ร่างกายอีกด้วย

เมืองไทยเป็นเมืองร้อนตั้งอยู่ใกล้เขตศูนย์สูตร นอกจากจะมีอากาศร้อนแล้ว ยังมีฝนตกชุก น้ำท่าอุดมสมบูรณ์ อีกทั้งยังมีดินที่มีคุณภาพดี จึงทำให้สามารถเพาะปลูกพืชผักผลไม้ได้มากมายหลายชนิด จนอาจกล่าวได้ว่าประเทศเราเป็นแหล่งอาหารของโลกหรืออีกสมญานามหนึ่งที่คนทั่วโลกรู้จักดีคือ เป็นสวนสวรรค์ของผลไม้เมืองร้อนนั่นเอง คนไทยถือว่าโชคดีที่มีผลไม้หลากหลายพันธุ์สลับกันออกผลให้ได้รับประทานกันตลอดทั้งปี หากซื้อได้ง่าย ราคาก็ถูกเมื่อเปรียบเทียบกับผลไม้ที่นำเข้าจากต่างประเทศ นอกจากนี้ผลไม้ของไทยยังมีรสชาติที่หวานฉ่ำชื่นใจ อุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุที่จำเป็นต่อร่างกาย ที่สำคัญคือมีทั้งคุณค่าทางโภชนาการและสรรพคุณทางยาควบคู่กันไป ทำให้สามารถบรรเทาและบำบัดอาการเจ็บป่วยเบื้องต้นได้ดี ถ้ารับประทานเป็นประจำจะช่วยป้องกันโรคต่าง ๆ ได้ในระดับหนึ่ง

ขอแนะนำผลไม้คลายร้อนที่เหมาะแก่การรับประทานในฤดูที่มีอากาศร้อนอบอ้าวเช่นบ้านเรา การทราบสรรพคุณทางยาของผลไม้ชนิดต่าง ๆ ย่อมเกิดประโยชน์แก่ท่านผู้อ่านไม่มากก็น้อย มารู้จักคุณค่าของผลไม้ใกล้ตัวเพื่อสุขภาพของเราทั้งหลายกันเถิดค่ะ

กล้วย

ชื่อสามัญ Banana
ชื่อวิทยาศาสตร์ Musa sapientum, L.
เป็นพืชล้มลุก ให้ผลที่มีรสหอมหวานตลอดปี
สรรพคุณทางยา - ใช้รักษาภาวะความดันโลหิตสูง
- ลดภาวะความเป็นพิษของร่างกาย
- ช่วยให้ปอดชุ่มชื่นและแก้กระหายน้ำได้เป็นอย่างดี

กระจับ

ชื่อสามัญ Water chestnut, Tingara nut
ชื่อวิทยาศาสตร์ Trapa bispinosa, Roxb.
เป็นพืชน้ำที่พบในแหล่งน้ำจืด ผลมีลักษณะคล้ายเขาควาย เปลือกสีดำ เนื้อในขาว รสมันอร่อย
สรรพคุณทางยา - ช่วยลดอุณหภูมิความร้อนในร่างกาย
- ผลต้มสุกเป็นยาช่วยย่อย
- แก้ปวดเมื่อกล้ามเนื้อ ปวดหลัง
- แก้พิษจากสุรา

กระเจี๊ยบ

ชื่อสามัญ Roselle
ชื่อวิทยาศาสตร์ Hibiscus sabdariffa, L.
เป็นพืชล้มลุก รับประทานได้ทั้งใบ ดอก และผล
สรรพคุณทางยา - ช่วยรักษาอาการร้อนในภายในช่องปาก
- ลดระดับไขมันในเส้นเลือด
- ลดความดันโลหิต และเป็นยาระบาย

กะท้อน

ชื่อสามัญ Santol
ชื่อวิทยาศาสตร์ Sandoricum indicum, Cav.
เป็นไม้ยืนต้นขนาดใหญ่ ผลแก่มีสีน้ำตาลอ่อน เปลือกหนาห่อหุ้มเมล็ด ซึ่งมีเนื้อสีขาวฟู เป็นปุยรสหวาน
สรรพคุณทางยา ลดอาการเจ็บคอ
- แก้กระหายน้ำได้ดี

ขนุน

ชื่อสามัญ Jack fruit
ชื่อวิทยาศาสตร์ Artocarpus heterophyllus, Lamk.
เป็นไม้ผลยืนต้นขนาดใหญ่ให้ผลตลอดปี ผลมีเนื้อสีเหลือง รสหวาน กลิ่นค่อนข้างแรง
สรรพคุณทางยา - ช่วยย่อยอาหาร
- แก้กระหายน้ำได้ดี

ชมพู่

ชื่อสามัญ Wax jambu
ชื่อวิทยาศาสตร์ Eugenia javanica, Lamk.
เป็นพืชยืนต้นขนาดกลางถึงใหญ่ ผลมีหลายสีแล้วแต่พันธุ์ มีเปลือกบางและชุ่มน้ำ
สรรพคุณทางยา - ทำให้ร่างกายแข็งแรงเพราะมีวิตามิน และเกลือแร่สูง
- ทำให้ชุ่มคอ แก้กระหายน้ำได้ดี
- เป็นยาระบายอ่อน ๆ

แตงไทย

ชื่อสามัญ Musk melon
ชื่อวิทยาศาสตร์ Cucumis melo, L.
เป็นพืชล้มลุก เลื้อยคลุมดิน ผลมีสีเขียวอ่อนและลายทางตามยาวของผล เนื้อมีสีเหลือง เขียวอ่อน หรืออมส้ม มีรสหวานเย็น กลิ่นหอม
สรรพคุณทางยา - ช่วยดับกระหาย ลดอุณหภูมิความร้อนในร่างกาย
- ขับปัสสาวะ
- เป็นยาระบายอ่อน ๆ

แตงโม

ชื่อสามัญ Water melon
ชื่อวิทยาศาสตร์ Citrullus vulgaris, Eckl &Zeyh.
เป็นพืชล้มลุก เลื้อยคลุมดิน ผลขนาดใหญ่กลม หรือรี เนื้อในมีสีแดงสดหรือเหลือง (แตงน้ำผึ้ง) มีรสหวานเย็นชื่นใจ เป็นผลไม้ที่มีปริมาณน้ำสูง
สรรพคุณทางยา - เป็นยาบำรุงร่างกาย ช่วยให้เจริญอาหาร
- ช่วยย่อย รักษาโรคไต
- บรรเทาอาการกระเพาะปัสสาวะอักเสบ
- ลดความดันโลหิต
- ลดความร้อนในร่างกาย แก้กระหายน้ำ

บ๊วย

ชื่อสามัญ Apricot
ชื่อวิทยาศาสตร์ Myrica esculenta, Ham. <ิbr> เป็นพืชยืนต้นขนาดกลาง มีผลกลม สีชมพู เนื้อของผลบ๊วย มีรสเปรี้ยวอมหวาน ใช้ต้มทำน้ำบ๊วย หรือรับประทานสด
สรรพคุณทางยา - ลดอาการกระหายน้ำ
- บรรเทาอาการคลื่นไส้ อาเจียน
- ขับพยาธิ ป้องกันการติดเชื้อในทางเดินอาหาร

มะกอก

ชื่อสามัญ Hog plum
ชื่อวิทยาศาสตร์ Spondias pinnata, Kurz.
เป็นพืชยืนต้นขนาดเล็กมีผลสีเขียวอมเหลือง ขนาดเล็ก รสชาติเปรี้ยวอมหวาน
สรรพคุณทางยา - อุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุที่จำเป็นต่อร่างกาย
- รักษาอาการไอ เจ็บคอ ขับเสมหะ
- ลดความดัน
- ลดอุณหภูมิความร้อนในร่างกาย
- บรรเทาอาการกระหายน้ำ

มะขามป้อม

ชื่อสามัญ Emblic myrobalan
ชื่อวิทยาศาสตร์ Phyllanthus emblica, L.
เป็นไม้ยืนต้น ขนาดกลาง ผลมีสีเขียวอ่อน มีรสฝาดอมหวาน ชุ่มคอ อุดมไปด้วยวิตามินซี
สรรพคุณทางยา - เป็นยาแก้ไอ ละลายเสมหะ
- บรรเทาอาการเจ็บคอ หวัด
- บรรเทาอาการกระหายน้ำทำให้ชุ่มคอ

มะเขือเทศ

ชื่อสามัญ Tomato
ชื่อวิทยาศาสตร์ Lycopersicon esculentum, Mill.
เป็นพืชล้มลุก ผลสุกมีสีแดง ฉ่ำน้ำ รสหวานอมเปรี้ยว อุดมไปด้วยวิตามินนานาชนิด
สรรพคุณทางยา - ลดอาการแข็งตัวของผนังหลอดเลือด
- ป้องกันโรคเลือดออกตามไรฟัน
- บำรุงสายตา
- ช่วยให้มีพัฒนาการทางสมองและความจำที่ดีในเด็ก
- บรรเทาอาการกระหายน้ำ รักษาแผลในช่องปาก
- ลดความดัน แก้พิษต่าง ๆ ในร่างกาย
- บรรเทาอาการตับอักเสบ

มะนาว

ชื่อสามัญ Lime
ชื่อวิทยาศาสตร์ Citrus aurantifolia, Swingle.
เป็นไม้พุ่มขนาดเล็ก ลำต้นและกิ่งก้านมีหนาม ใบและผลมีกลิ่นหอมอ่อน ๆ ผลมีสีเขียว มีน้ำมาก รสเปรี้ยว
สรรพคุณทางยา - ช่วยย่อยอาหาร ป้องกันท้องอืด-เฟ้อ
- แก้ไอ ขับเสมหะ แก้เจ็บคอ
- ทำให้ชุ่มคอ บรรเทาอาการกระหายน้ำ

มะพร้าว

ชื่อสามัญ Coconut
ชื่อวิทยาศาสตร์ Cocos nucifera, L.
เป็นพืชยืนต้น ขนาดกลาง เพาะปลูกได้ดีบริเวณดินทรายหรือชายทะเล ผลมีสีเขียวอ่อนและเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลเมื่อแก่จัด รับประทานได้ทั้งน้ำและเนื้อ
สรรพคุณทางยา - เนื้อมะพร้าวแก้อาการอ่อนเพลีย
- น้ำมะพร้าวช่วยลดอุณหภูมิของร่างกายความร้อน ดับกระหาย
- จาวมะพร้าวใช้เป็นยาถ่ายพยาธิ

มะเฟือง

ชื่อสามัญ Star fruit, Belimbing, Carambola
ชื่อวิทยาศาสตร์ Averrhoa carambola, L.
เป็นพืชยืนต้นขนาดกลาง ผลมีเนื้อแยกออกเป็นกลีบ ๆ ผลแก่สีเขียวใสอมเหลือง รสเปรี้ยวอมหวาน เนื้อชุ่มน้ำ
สรรพคุณทางยา - ช่วยลดอุณหภูมิความร้อนภายในร่างกาย
- บรรเทาอาการไอ ปวดศรีษะ
- บรรเทาอาการนิ่วในกระเพาะปัสสาวะ

มะม่วง

ชื่อสามัญ Mango
ชื่อวิทยาศาสตร์ Mangifera indica, L.
เป็นพืชยืนต้นขนาดใหญ่ ผลดิบมีสีเขียวรสเปรี้ยวหรือมัน แล้วแต่พันธุ์ ผลแก่ผิวและเนื้อมีสีเหลือง รสหวาน
สรรพคุณทางยา - แก้ไอ ละลายเสมหะ
- แก้คลื่นไส้ อาเจียน ขับปัสสาวะ
- ช่วยให้เลือดลมและประจำเดือนของสตรีเป็นปกติ
- บรรเทาอาการแพ้ต่าง ๆ ของร่างกาย
- ดับกระหาย
*ผู้ป่วยด้วยโรคไตไม่ควรรับประทานมะม่วงมากเกินไป เพราะจะทำให้อาการของโรคเป็นมากขึ้น

ระกำ

ชื่อสามัญ Salacca
ชื่อวิทยาศาสตร์ Salacea wallichiana, Mart.
เป็นไม้พุ่ม ผลมีเปลือกแข็ง มีหนามแหลมรอบผลที่ยาวเรียว เนื้อภายในสีน้ำตาลอ่อน มีรสเปรี้ยวอมหวาน หรือหวานจัด มีวิตามินซีสูง
สรรพคุณทางยา - ป้องกันไข้หวัด
- ช่วยย่อยอาหาร ทำให้เจริญอาหาร
- บรรเทาอาการกระหายน้ำ

ลองกอง

ชื่อสามัญ Longkong, Duku
ชื่อวิทยาศาสตร์ A. dookoo, Griff.
เป็นไม้ยืนต้นขนาดใหญ่ในเขตร้อนชื้น ผลมีสีเหลือง ออกผลเป็นพวง เนื้อในมีสีขาวใส รสหวานเย็น
สรรพคุณทางยา - ลดอุณหภูมิความร้อนภายในร่างกาย
- แก้อาการร้อนในในช่องปาก

ที่มา:http://www.ku.ac.th/e-magazine/march46/agri/fruit.html


เคล็ดลับช่วยเผาผลาญ เมื่อเผลอตามใจปาก

กิน อาหาร

ถึงแม้ว่าสาวๆ จะเคร่งครัดในการทานอาหาร และควบคุมน้ำหนักอยู่แล้ว แต่แน่นอนว่าต้องมีช่วงเวลาที่แอบเผลอตามใจปากกันบ้าง ซึ่งก็ไม่ต้องเป็นกังวลไป เพราะเรามีเคล็ดลับดีๆ ที่ช่วยจัดการเรื่องนี้ให้กลายเป็นเรื่องเล็กๆ ไปเลยมาแนะนำค่ะ


น้ำส้มสดช่วยคุณได้ เพราะวิตามินที่อยู่ในส้มจะช่วยดูดซึมสารอาหารที่สำคัญ และถ้าทานเป็นผลเลยก็จะช่วยควบคุมน้ำหนักได้อีกทางหนึ่งด้วย เพราะในส้มมีเส้นใยธรรมชาติที่ช่วยให้รู้สึกอิ่มท้องได้นานค่ะ

อาหารจำพวกธัญพืช เนื่องจากอุดมด้วยไฟเบอร์ วิตามิน และสารต้านอนุมูลอิสระต่างๆ จำนวนมาก ซึ่งจะช่วยให้ระบบย่อยอาหารทำการย่อยช้า ๆ เข้าสู่ร่างกาย เราก็จะรู้สึกอิ่มท้องนานขึ้น

เคี้ยวให้ช้าลง การทานเร็วจะทำให้ทานอาหารมากกว่าปกติโดยไม่รู้ตัว และทางที่ดีหลัง 6 โมงเย็นไม่ควรทานอะไรอีก

เลือกทานผักและผลไม้เป็นประจำ มีสารอาหารที่ร่างกายต้องการอยู่มากมาย จึงจำเป็นที่ร่างกายต้องได้รับทุกวัน ซึ่งผลไม้ควรเลือกที่ให้พลังงานต่ำ อย่างเช่น มะม่วง ฝรั่ง ชมพู่ แตงโม เป็นต้นค่ะ

เคลื่อนไหวร่างกาย หาเวลาว่างเคลื่อนไหวร่างกายให้ได้เหงื่อบ้าง หรือถ้ามีเวลาก็ไปออกกำลังดีกว่า โดยเริ่มแรกอาจจะวันละ 30 นาที และเมื่อร่างกายปรับเข้าที่ก็เพิ่มเป็นวันละ 1 ชั่วโมง จะช่วยเผาผลาญไขมันได้เป็นอย่างดี


รู้แล้วก็รีบทำเลยนะคะ จะได้กำจัดเจ้าส่วนเกินออกไปได้เร็วๆ และกลับมาสวยเพรียวเหมือนเดิม

ที่มา:http://women.mthai.com/views_Beauty-Tip-Trick_11_44_41801_1.women